เที่ยวบนเขาหน้าร้อน ที่สแตนเซอร์ฮอร์น สวิตเซอร์แลนด์
สวัสดีค่ะผู้อ่านทุกท่าน บล็อกแรกค่ะคิดมานานแล้วว่าจะเขียนบล็อกท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ
ที่เคยไปเยือนมาถือเก็บไว้เป็นความทรงจำซึ่งก็มีมากโขอยู่ แต่ก็ไม่ได้เริ่มสักที
วันนี้คิดว่าเป็นโอกาสดีนะคะที่จะได้มาแบ่งปันประสบการณ์
และเรื่องราวจากการเดินทาง
ตอนนี้ค่ะดิฉันได้ย้ายมาปักหมุดถาวรอยู่ที่เมืองซูริค
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งแน่นอนเป็นเมืองในฝันของคนหลายๆ คนค่ะ และสถานที่สวยๆ
งามๆ มีอยู่เกือบทุกส่วนของประเทศที่เหมือนจะเรียกว่า สวรรค์ แห่งนี้นะคะ
และแน่นอนในเมืองสวรรค์ ค่าใช้จ่ายก็สูงตามความงามของสวรรค์อ่ะค่ะ ต้องรู้จักวางแผนการใช้เงินกันสักหน่อยค่ะ
พาเที่ยวดีกว่า ไม่เวิ่นเว้อไปกว่านี้นะคะ วันนี้เป็นทริปขึ้นเขา และลงด้วยการ เดินป่า hiking, wandern ตามภาษาอังกฤษ และภาษาเยอรมัน ตามลำดับนะคะ ทริปเดินป่าเขาแห่งแรกของหน้าร้อนปีนี้ ซึ่งถือเป็นกิจกรรมโปรดค่ะ เพราะว่ารู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ ทุกครั้งที่ได้เดิน ถึงแม้จะ ห้าหกชั่วโมงก็ตาม เรื่องเมื่อยจะมาตอนที่นั่งรถกลับบ้านค่ะ
ที่เลือกที่นี่ก็เพราะว่าเพื่อนสนิทอ่ะคะ ซึ่งได้ข้อมูลมาว่าการขึ้นไปยอดเขา Stanserhorn ด้วยกระเช้า Cabrio นั้นเป็นแบบกระเช้าเปิดประทุนแห่งแรก ที่เราไม่ต้องอยู่ในตู้สามารถขึ้นไปอยู่บนชั้น Deck บนซึ่งเปิดโล่ง รับลมไม่ดมไม่เบียดเต่าใครภายในกระเช้า และที่น่าสนใจพีคมากๆ ที่ทำให้เราต้องไปให้ได้นั่นคือ ค่าตั๋วขึ้นไปบนเขาโดยกะเช้าสุดแฟนซีนี้ ไป กลับ เพียง CHF 12.5 ซึ่งลดราคาจาก CHF74 โอวมายก้อด ต้องไปๆๆ แต่มีข้อแม้ว่าต้องไปถึงก่อน 9.30 น เท่านั้นถึงจะได้ราคานี้ นี่เป็นวาระที่สถานที่แห่งนี้เปิดมาครบ 150 ปี เขาจึงลดราคาให้ในโอกาสพิเศษค่ะ จริงๆ แล้วที่เที่ยวในสวิตเซอร์แลนด์หลายๆ ที่ๆเคยไปมาเขาจะมีตั๋วราคาพิเศษสำหรับคนไปแต่เช้าค่ะ ไปช่วยเขาเปิดบู้ท 55 ไม่การันตีว่าทุกทีมั้ย เพราะก็ไม่ได้ไปครบ และที่ไปมาก็ลืมๆ บ้างแล้วค่ะ เพราะนั้น ไปเที่ยวรีบตื่นเช้าๆ นะคะ ใช้เวลาทั้งวันให้คุ้มค่ะ และ ประหยัดเงินด้วยตะหาก
ที่เลือกที่นี่ก็เพราะว่าเพื่อนสนิทอ่ะคะ ซึ่งได้ข้อมูลมาว่าการขึ้นไปยอดเขา Stanserhorn ด้วยกระเช้า Cabrio นั้นเป็นแบบกระเช้าเปิดประทุนแห่งแรก ที่เราไม่ต้องอยู่ในตู้สามารถขึ้นไปอยู่บนชั้น Deck บนซึ่งเปิดโล่ง รับลมไม่ดมไม่เบียดเต่าใครภายในกระเช้า และที่น่าสนใจพีคมากๆ ที่ทำให้เราต้องไปให้ได้นั่นคือ ค่าตั๋วขึ้นไปบนเขาโดยกะเช้าสุดแฟนซีนี้ ไป กลับ เพียง CHF 12.5 ซึ่งลดราคาจาก CHF74 โอวมายก้อด ต้องไปๆๆ แต่มีข้อแม้ว่าต้องไปถึงก่อน 9.30 น เท่านั้นถึงจะได้ราคานี้ นี่เป็นวาระที่สถานที่แห่งนี้เปิดมาครบ 150 ปี เขาจึงลดราคาให้ในโอกาสพิเศษค่ะ จริงๆ แล้วที่เที่ยวในสวิตเซอร์แลนด์หลายๆ ที่ๆเคยไปมาเขาจะมีตั๋วราคาพิเศษสำหรับคนไปแต่เช้าค่ะ ไปช่วยเขาเปิดบู้ท 55 ไม่การันตีว่าทุกทีมั้ย เพราะก็ไม่ได้ไปครบ และที่ไปมาก็ลืมๆ บ้างแล้วค่ะ เพราะนั้น ไปเที่ยวรีบตื่นเช้าๆ นะคะ ใช้เวลาทั้งวันให้คุ้มค่ะ และ ประหยัดเงินด้วยตะหาก
Stanserhorn เป็นภูเขาที่ตั้งอยู่ในเขตคันโตน Nidwalden
ใกล้ๆ
กับเขตของ Obwalden ความสูงถึงจุดยอดที่ความสูง 1898 เมตรจากระดับน้ำทะเล เราจะเห็นว่าเราอยู่ระดับเดียวกับภูเขายอดปกคลุมด้วยหิมะ
เห็นวิวได้สวยๆ ไกลๆ ทะเลสาบ บ้านเรือน เมือง สบายตายิ่งนัก
ประวัติและอื่นๆ ดูได้จาก Wikipedia
นะคะ
Stanserhorn ถือว่านักท่องเที่ยวต่างชาตินั้นไม่ค่อยมีมากนัก
ซึ่งส่วนใหญ่เขาจะพาไปที่ Titlis ในส่วนที่ใกล้เคียงค่ะ ที่นี่เลยค่อนข้างจะบางตาในเรื่องของทัวริสท์
หลักๆ ก็คงจะเป็นชาวญี่ปุ่น เพราะโดนทักคอนนิจิวะ หลายครั้งเหมือนกัน
(ฝรั่งแยกไม่ออกหรอกค่ะ เอเชียน ผิวเหลืองๆ ตัวเล็กๆ ก็เหมาเป็นจีนไม่ก็ญี่ปุ่นหมด
Ticket office and Funicular Station
รูปตัวเอง เล็กๆ พอ
การเดินทางทางรถไฟมาสะดวกมากค่ะ มาลงลูแซน (Luzern) แล้วต่อมาที่ ชตันส์ (Stans)
เดินทางขึ้นไปเราต้องขึ้นด้วยรถไฟเล็กๆ ใต่เขาก่อน เขาเรียกอะไรนะ
บ้านเรา อันนี้ก็ไม่รู้ จะเป็นรถไฟเล็กๆ Funiculaire จุได้ครั้งละ
ไม่เกิน 30 คนนะคิดว่าประมาณเอา 55 แล้วเราต้องไปเปลี่ยนเป็น Gondel หรือ Cable
Car อีกทีนึง
ที่สถานี Stanserhorn แห่งนี้เปิดให้บริการช่วง กลางเดือน เม ย ถึงกลาง พ ย ค่ะ จะปิดในหน้าหนาว หรือวันที่อากาศแย่ๆ
ว้าบบบ เรามาถึงก็จัดการรีบซื้อตั๋วค่ะ กลัวเลย 9.30 ฟันราคามาได้แสนถูก
แต่เรามีปัญหาว่า ต้องรอคิวขึ้นรอบ 11 โมงน่ะ และก่อนหน้านี้มีทัวร์ฝรั่ง 1 บัส ดิฉันกับเพื่อนก็เลยลงความเห็นกันว่าเดินขึ้นกันมั้ย
ตอนนั้นฟิตงัย เพิ่งออกมาจากรถไฟได้ไม่นานยังไม่เดินไปไหนไกล ป้าฝรั่งคนนึงนางแนะนำว่า
เดินไปถึงที่กะเช้าอาจได้ขึ้น ก็เลยอ้ะ ซื้อแซนวิชกับน้ำใส่เป้
เดินผ่านทุ่งชาวบ้าน ฟาร์มวัว ฟาร์มหมู สูดดมอากาศสดชื่นแทบขาดใจขณะนั้น ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีจากสถานีไปถึง Kälti จุดขึ้นกระเช้า และก็จริง พอเราไปถึงนะ
กระเช้าลงมาพอดี เราก็เลยได้ขึ้นไปและพวกที่นั่งรถไฟมาก็มาสมทบ
บ้านฟาร์ม เขาจะมีคอกสัตว์อยู่ติดบ้านเลย ขออภัยไม่ได้ถ่ายรูปเล้าหมูรีบกลั้นใจเดิน
แล้วเราก็มาถึงจุดขึ้นกระเช้าแฟนซีที่ Kalti เราก็ได้ขึ้นกะเช้าก่อนใครเดินอย่างไว ขึ้นชั้นบน 555
เราเข้าไปทะลุก้อนเมฆล้ะ
เมฆปกคลุมค่ะ ตอนมาถึง
ขึ้นไปถึงเราก็นั่งพักขาพร้อมทั้งกินแซนวิชชมเขา ที่พกมาจากข้างล่าง
ต้องรอพักนึงกว่าฟ้าจะเปิดให้เห็นเขาด้านหน้า ต้องค่อยๆ กัดแซนวิช
จากนั้นเดินบนยอดเขารอบๆ นั่งชมวิวยอดเขาข้างๆ และเบื่องล่างได้เลย
และแล้วเราก็ถึงเวลาเดินลงเขา ยอดเขาก็จะมีแต่ดอกหญ้าสวยๆ หลากหลายสายพันธุ์ สีสัน ธรรมชาติจัดสวนไว้ได้งดงามลงตัวล่ะ เราก็จะลงตามแผนที่ค่ะ
![]() |
รูปแผนที่ทำไมคะแแคง ต้องขออภัย |
จะเห็นว่าหมอกอยู่อีกด้านของภูเขาค่ะ ด้านนี้จะรับแดดนอ้ยกว่าอีกด้าน ดอกไม้จะมีน้อยกว่า สวยใช่ป้ะ
สวนดอกไม้ธรรมชาติสร้างค่ะ เขาห้ามเด็ดดอกไม้นะจ๊ะ
ยัยนี่ลงไปนอน พอลุกต้องปลุกดอกไม้ด้วย ที่สำคัญระวังผึ้งจะต่อย
บัมเบิ้ลบีตัวเบิ้มมากค่ะ
เป้าหมายของเราคือ กระท่อมด้านหน้า
ระหว่างทางลงก็จะสวัสดีวัว และแกะค่ะ มีเสียงระฆังวัว แกะ ดังตลอดในสายลม
แกะกลุ่มนี้มารยาทดีมาก หันหน้าให้ถ่ายรูปไม่พอ ยังให้ทางเราไปก่อน
ลงมาเรือ่ยๆ ก็จะหมดความงามของดอกไม้ ต้องคอยเอาไม้ยันไว้ค่ะ จะได้ไม่ลงเร็วเกินไป ปวดเข่านะ
มันก็จะเป็น หินๆ หญ้าๆ ขรุขระ
เดินลงมาพอเจอต้นไม้ใหญ่ก็เจอะ เจ้า สตรอเบอรี่จิ่วพวกนี้ค่ะ เป็นสตรอป่า กินได้ ถ้าลูกไหนสุกจะหวาน และหอมมาก มันมีกลิ่นหอมพิเศษกว่าสตรอปกติค่ะ อออย น้ำลายไหล อยากจะกินอีก
เดินไปกินไป ตามสตรอเบอรี่จนลืมดูป้ายทางเดิน เดินเลยไปเกือบกิโล เกือบหลงแล้วมั้ยลล่ะ
แล้วเราก็ลงมาถึงรถไฟขบวนน้อยที่พาเราลงไปยังสถานีข้างล่างค่ะ
กะเช้ารุ่นวินเทจ มีโชว์ไว้จ้ะ
ลงมาดริ้งค์แล้วรอรถไฟ
พักขานานไปนิด เลยต้องวิ่งไปขึ้นรถไฟค่ะ กลับบ้านเรากัน
ปิดท้ายด้วยภาพดอกไม้จากยอดดอยสวยๆ ค่ะ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น